ความแตกต่างของผิวในแต่ละช่วงวัย

Skin
ริ้วรอยแห่งวัย

ผิวแต่ละช่วงวัยนั้นมีความแตกต่างกัน และจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่มากขึ้น จากผิวเด็กแรกเกิดที่บอบบางไปจนถึงผิวแห้งหย่อนคล้อยและ มีริ้วรอยลึกในวัยแก่ พร้อมปัจจัยที่ทำให้ผิวมีอายุมากขึ้น เนื่องด้วยสภาพแวดล้อม มลภาวะ และพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่ต้องเผชิญในทุกๆวัน ในแต่ละวัน ผิวแต่ละช่วงวัยจึงต้องได้รับการดูแลพร้อมใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตามอายุและสภาพผิวที่แตกต่างกัน 

ผิวทารก

ผิวของทารกนั้นมีความบอบบางมากกว่าผิวของผู้ใหญ่หลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของชั้นผิว ต่อมเหงื่อ ต่อมไขมันที่ไม่เท่ากับของผู้ใหญ่ เป็นช่วงผิวที่บอบบางมากถึงมากที่สุด การดูแลเอาใจใส่จึงต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อนและความปลอดภัย เพราะผิวที่อ่อนโยนและบอบบางมากนั้น ทำให้ผิวสามารถ ระคายเคืองและแพ้ได้ง่าย การปกป้องผิวของวัยทารกอันดับแรกจึงต้องรักษาความสะอาดเป็นพิเศษและถนอมผิวที่สุด

ผิวเด็ก

ผิววัยนี้เริ่มโตขึ้นมากกว่าผิวเด็กแรกเกิด ปัญหาผิวจึงค่อนข้างมีน้อยกว่า แต่ส่วนใหญ่ที่มีปัญหา เกิดจากการเล่นซุกซน หกล้ม อาจมีบาดแผลตามประสาเด็ก ทำให้เกิดการระคายเคืองและแพ้ได้ง่าย ส่วนผิวที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงไวต่อแสงแดดและรังสียูวีเพราะเม็ดสีของผิวมีไม่เท่าผู้ใหญ่ การปกป้องผิวจึงเน้นไปแค่ทางความสะอาดซะส่วนใหญ่   

ผิววัยรุ่น

ผิวช่วงนี้เป็นช่วงมีฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและผิวพรรณเป็นอย่างมาก ที่เห็นได้ชัดคือสิว และมักจะหายไปในตอนโต หรือบางคนก็ไม่หายไป เพราะต่อมไขมันที่ไม่มีใน วัยทารกและวัยเด็กได้ถูกผลิตมากขึ้นหรือบางคนก็ถูกผลิตมากเกินไป จึงสามารถมีสิวไปถึงวัยผู้ใหญ่หรือวัยแก่ได้เลย อีกทั้งผิววัยรุ่นที่แตกต่างกัน จะมีสภาพผิวที่แตกต่างกันไปอีก เช่น ผิวมัน ผิวผสม และ ผิวแห้ง การดูแลรักษาผิวก็จะแตกต่างกันตามสภาพของผิว

ผิววัย 20 

แม้ว่าจะเป็นช่วงผิวที่มีคอลลาเจนมากที่สุด แต่การพบเจอมลภาวะ สิ่งแวดล้อม การเข้าสังคม หรือการแต่งหน้า สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำร้ายผิว ทำให้โครงสร้างทางผิวที่แข็งแรงนั้นก็จะถูกทำลายลงเรื่อยไปๆ ผิวจึงเริ่มมีอายุมากขึ้น ใบหน้าที่เต่งตึงจากผิววัยรุ่นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจนสังเกตุได้ถึงริ้วรอยบาง ๆ ที่เกิดจากการที่ชั้นผิวนั้นบางลง และไวต่อแสงยูวี พร้อมการปกป้องที่ลดลงพอๆกับคอลลาเจนใต้ผิวที่ลดน้อยลง ความหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็กๆ จึงมาเยือนได้โดยง่าย แต่ป้องกันได้โดยการใช้ครีมกันแดดให้เป็นประจำ และเลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการหน้าแก่ก่อนวัยอันควร

ผิววัย 30

เมื่อเข้าสู่วัยนี้ เกราะป้องกันผิวมีความอ่อนแอ คอลลาเจนและอิลาสตินเสื่อมสภาพลงมากกว่าปกติ ความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นก็จะลดน้อยลง อีกทั้งสภาพการทำงานของชั้นผิวที่เติบโตช้าลง การเกิดฝ่า ริ้วรอย ตีนกาและความหมองคล้ำจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเซลล์ผิวไม่สามารถสร้างหรือผลัดเซลล์ได้ดีเท่าเมื่อก่อน

ผิววัยกลางคน

ผิววัยนี้ใบหน้าเริ่มมีอายุ จากปัจจัยในการใช้ชีวิตที่มากขึ้นในทุกๆวัน เริ่มมีความกังวลในผิวหน้าและผิวพรรณจนเสียความมั่นใจ เนื่องจากไขมันหล่อเลี้ยงใต้ชั้นผิวไม่มีความยืดหยุ่น ริ้วรอยและจุดบกพร่องก็เห็นชัด ช่วงนี้ผู้หญิงจะเรียกว่า เข้าสู่วัยทอง เป็นช่วงที่ต้องให้ความสำคัญกับผิวเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นปัญหาผิวแห้ง หยาบกร้าน แพ้ง่ายหรือที่มีอยู่แล้วจะยิ่งหนักหนาเข้าไปอีก ทั้งนี้ต้องใส่ใจในการดูแล ตัวเองให้มากขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยควรต้องใช้ และการบำรุงจากภายในก็สำคัญ เพราะการทำควบคู่ทั้งภายในและภายนอกจะส่งผลดีมากกว่าการดูแลเพียงด้านเดียว

ผิววัยชรา

เป็นช่วงที่ผิวเริ่มเสื่อมโทรมตามอายุ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและประจำเดือนเริ่มหมดไป ผิวพรรณจึงแย่ลง ดูแลยากกว่าเดิม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผิวแห้ง ขาดน้ำ ไม่มีความฟู ต่อมไขมันต่อมเหงื่อลดลง รูขุมขนฝ่อ จุดด่างดำมาเยือน ไม่มีการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ ความหนาแน่นของผิวลดลง ผิวเดิมก็บางลงมาก กลายเป็นผิวอ่อนแอ มีริ้วรอย เหี่ยวย่น หย่อนคล้อยดูลึกและหนาขึ้น ต้องปกป้องหลีกเลี่ยงจากแสงแดด ระมัดระวังเรื่องเส้นเลือดเปราะแตกง่าย อุบัติเหตุจากการช้ำ ทำให้หายช้า การฟื้นตัวก็จะช้าตามไปด้วย

ดังนั้น ในเมื่อเราทราบว่าผิวแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไร เราจึงต้องดูแลผิวให้เหมาะสมตามสภาพวัยของผิว ซึ่งแต่ละบุคคลสภาพผิวไม่เหมือนกัน ผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้จึงแตกต่างกัน การดูแลผิวก็ต่างกันออกไปอีก ทางที่ดีคือต้องดูแลจากภายในสู่ภายนอก เพราะปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ปัจจัยภายในอาจจะหลีกเลี่ยงได้ยากเพราะบางคนเกิดจากพันธุกรรม ส่วนภายนอกสามารถหลีกเลี่ยงได้ง่ายกว่า โดยการงดเหล้า เบียร์ บุหรี่ และความเครียดหรือการดูแลผิวจากภายนอก

ปัจจัยอะไรที่ทำให้ผิวมีอายุ

ไม่ว่าจะวัยไหนผิวก็ดูมีอายุกว่าวัยได้ หากไม่รู้จักปกป้องผิวให้ดี ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผิวมีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก มีทั้งควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ หลักๆมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

 

ริ้วรอย


ปัจจัยภายใน ได้แก่

- ผิวขาดน้ำ คือผิวที่ไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิวได้ จึงทำให้หน้าแห้งแต่มัน แต่งหน้าไม่ติด หยาบกร้าน ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้แก่ผิว

- ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ถูกผลิตน้อยลงหลังจากหมดประจำเดือน

- ระบบไหลเวียดเลือดไม่ดี ทำให้ออกซิเจนที่ล่อเลี้ยงใต้ผิวทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

- อายุที่มากขึ้นตามวัย คอลลาเจนใต้ผิวที่ลดลง 

ปัจจัยภายนอก ได้แก่

- พฤติกรรมส่วนตัว เช่น การดื่มเหล้าเบียร์ สูบบุหรี่มากเกินไป เป็นการทำร้ายผิวภายนอกที่มีผลกระทบต่อผิวและสุขภาพ

- ความเครียด ทำให้ฮอร์โมนไปทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ใบหน้าหมองคล้ำ โทรม ไม่สดใส ใบหน้าแก่

- มลภาวะสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น การโดนแดด แสงยูวี โดยปราศจากการทาครีมกันกันแดด

- การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการฟื้นฟู



ผิวแต่ละช่วงวัยนั้นมีความแตกต่างกัน และจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่มากขึ้น จากผิวเด็กแรกเกิดที่บอบบางไปจนถึงผิวแห้งหย่อนคล้อยและ มีริ้วรอยลึกในวัยแก่ พร้อมปัจจัยที่ทำให้ผิวมีอายุมากขึ้น เนื่องด้วยสภาพแวดล้อม มลภาวะ และพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่ต้องเผชิญในทุกๆวัน ในแต่ละวัน ผิวแต่ละช่วงวัยจึงต้องได้รับการดูแลพร้อมใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตามอายุและสภาพผิวที่แตกต่างกัน 

ติดต่อเรา

สนใจสินค้า หรือ อยากปรึกษาปัญหาผิว

แอด LINE เพื่อสั่งซื้อสินค้า หรือ สอบถามเพิ่มเติม
ติดต่อเรา

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม