การทำตาสองชั้น

ทำตาสองชั้น

ว่าด้วยความสวยความงามสมัยนี้ คงหนีไม่พ้นการทำศัลยกรรมทำตาสองชั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจเพราะเห็นผลไว และ พักฟื้นไม่นานก็สวยขึ้นทันตาเห็น หากใครที่สวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้นก็สุดแสนจะโชคดี เพราะเทคนิคการแพทย์ก็ทันสมัยมากขึ้นทุกวัน จึงทำให้ใครก็ตามที่สนใจทำศัลยกรรมก็สามารถดูดีขึ้นได้ในทันที การทำตาสองชั้น เป็นการผ่าตัดปรับชั้นหนังตาที่เป็นที่นิยมมากในหมู่คนเอเชีย เพราะเนื่องจากการมีตาที่เล็ก มีตาชั้นเดียว หรือมีตาสองชั้นอยู่แล้ว แต่ไม่คมชัด และอาจมีตาสองชั้นหลบใน แต่สำหรับกรณีบางคนที่มีอายุมากขึ้น ไขมันสะสมในชั้นตามีมาก หนังตาตก หย่อนคล้อย ทำให้มองดูแล้วดวงตาไม่สดใส ดูแก่มีอายุ หากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นการสร้างความไม่มั่นใจให้กับใบหน้าโดยรวม การพึ่งศัลยกรรมทำตาสองชั้นจึงเป็นตัวเลือกแรกในการทำให้ตนเองดูดีขึ้น

การทำตาสองชั้น มีกี่แบบ

การทําตาสองชั้นคือ การผ่าตัดกรีดเปลือกตา แล้วเย็บหนังตาเข้าด้วยกันกับกล้ามเนื้อตา เพื่อให้เกิดตาสองชั้นที่ชัดเจน ดูคม และลึกขึ้น พร้อมทั้งปรับรูปตาให้ดูซอฟ ไม่ดุ ดูเด็กลงก็ทำได้ หรือเป็นการปัญหาอื่นๆ เช่น ปรับกล้ามเนื้อตา หนังตาตก หนังตาไม่เท่ากัน ตาดูง่วง หรือแม้กระทั่งการเปิดหัวตาและหางตา สำหรับบางกรณีอาจมีการกรีดเอาไขมันใต้ชั้นตาและหนังตาหย่อนคล้อยที่เป็นส่วนเกินออกไป ส่วนการทำศัลยกรรมตาสองชั้นนั้นมีหลายแบบ ได้แก่

1. วิธีแบบเปิดแผล

วิธีแบบเปิดแผล หรือการทำตาสองชั้นแบบกรีด คือ เป็นการกรีดแผลแบบยาว ทำให้สามารถเย็บชั้นหนังตาได้ตลอดแนว เพื่อแก้ไขขนาดของชั้นตา

     - ข้อดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีชั้นหนังตาหนา เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันในชั้นตามากเกินไป, ลดโอกาสเกิดหนังตาตกที่หางตา

     - ข้อเสีย มีระยะเวลาในการบวมนานมากกว่าวิธีอื่น และเนื่องจากไม่ได้ตัดหนังตาส่วนเกินออก จึงทำให้เอาไขมันออกได้น้อย อาจเกิดหนัาตาตกได้ และอาจทำให้ชั้นตาไม่ชัดมากอยู่ดี

2. วิธีแบบเย็บแผล

วิธีแบบเย็บแผล โดยเฉพาะยิ่งคนเอเชียมักใช้วิธีแบบเย็บแผลนี้ซะส่วนใหญ่ โดยใช้การเย็บแบบ 3 จุดเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ทำให้เกิดแผลกรีดยาวแบบวิธีแรก ทั้งยังสามารถพักฟื้นให้หายได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

     - ข้อดี คือ เหมาะสำหรับผู้ที่มีชั้นหนังตาบาง ไขมันใต้ชั้นตาไม่หนา, ไม่เห็นรอยแผลเป็น

     - ข้อเสีย คืออาจทำให้แผลที่เย็บหลุดได้ง่าย , ทำชั้นตาขนาดใหญ่ไม่ค่อยได้ , เอาไขมันในชั้นตาออกได้น้อยถ้าเทียบกับวิธีแบบกรีดยาว

3. วิธีแบบปรับกล้ามเนื้อตา

วิธีแบบปรับกล้ามเนื้อตา เป็นการมัดกล้ามเนื้อตาโดยใช้วิธีการเย็บ 5-6 จุด โดยการทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดูสดใสขึ้น

     - ข้อดี คือ เหมาะสำหรับคนที่มีชั้นตาไม่เท่ากัน ตาดูเหนื่อยล้า ดูง่วงนอน ทำให้ตากลมโตมากขึ้น มีอาการบวมน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน

     - ข้อเสีย ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงขั้นรุนแรง จะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้

4. วิธีแก้ไขปัญหาหนังตาตก

วิธีแก้ไขปัญหาหนังตาตก เป็นการยกกระชับชั้นตา ส่วนใหญ่แล้ววิธีนี้มักใช้กับผู้ที่มีอายุมาก ชั้นหนังตาตก ไขมันหล่นมาทับเปลือกตาจนเกิดการหย่อนคล้อย และดูแก่

     - ข้อดี คือ ทำแล้วดูเด็กขึ้น ดวงตาสดใสกว่าเดิม เหมาะกับผู้ที่ชั้นตาหนา

     - ข้อเสีย คือ ส่วนใหญ่มักไม่มีข้อเสียมากนัก จะมีเพียงระยะเวลาในการพักฟื้นของการทำศัลยกรรมหรือแผลที่อาจเกิดหลังการผ่าตัด และจะหายไปได้เองตามระยะเวลาพักฟื้นปกติ

5. วิธีแบบเปิดหัวตาและหางตา

วิธีแก้ไขปัญหาหนังตาตกวิธีแบบเปิดหัวตาและหางตา เป็นการทำศัลยกรรมแบบกรีดเปิดหัวตาและเปิดหางตาให้ยาวขึ้น เนื่องจากหัวตาหรือหางตามีความแคบจนเกินไป

     - ข้อดี คือ แก้ปัญหาตาเหล่ ความยาวของตายาวขึ้น ดูสวยขึ้น ทำให้เห็นหัวตาและหางตามากขึ้น

     - ข้อเสีย ทำให้เกิดแผลบริเวณหัวตาชัดมาก แต่จะสามารถหายไปได้เองตามระยะเวลา และอาจเกิด แผลคีลอยด์ แต่สามารถฉีดลดแผลนูนคีลอยด์ได้ การเปิดหัวตา หากทำแล้วไม่สามารถแก้กลับไปเป็นอย่างเดิมได้ จึงควรทำให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ตั้งแต่ครั้งแรกเนื่องจากเทคนิคและความเชี่ยวชาญ รวมถึงชื่อเสียงของศัลยแพทย์ ทำให้ราคาในการผ่าตัดในแต่ละครั้ง จึงมีราคาที่ไม่เท่ากันในการผ่าตัดในแต่ละรูปแบบ

แผลเป็นจากการทำตาสองชั้น

การเตรียมตัวก่อนทำตาสองชั้น

ก่อนการทำศัลยกรรม ศัลยแพทย์มักจะถามถึง โรคประจําตัว การใช้ยาต่างๆ พวกวิตามิน อาหารเสริมหรือยาสมุนไพรที่ใช้ในชีวิตประจำวันของคนไข้ เนื่องจากยาบางชนิด ส่งผลให้มีเลือดออกมาก จึงควรงดทานหากต้องเข้ารับการผ่าตัด และพฤติกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กินเหล้า สูบบุหรี่ และจะมีการถ่ายรูปชั้นตาก่อนและหลังทำ เพื่อเปรียบเทียบและประเมินก่อนการผ่าตัดว่าควรแก้ปัญหาตรงจุดไหน งั้นเรามาดู 5 ขั้นตอนการเตรียมตัวทำตาสองชั้นกันว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

อาการและผลข้างเคียงหลังการทำตาสองชั้น

เป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลังการผ่าตัดมักมีโอกาสที่จะมีผลข้างเคียง เนื่องจากการศัลยกรรมนั้นจะทำให้เกิดแผล ซึ่งหากทำโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ อาจจะมีผลตามมา แต่ทั้งนี้จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของแผลและการเย็บแผล ซึ่งอาการต่างๆที่อาจพบได้มีดังนี้

แผลเป็นจากการทำตาสองชั้น

แผลเป็นที่หลายคนเป็นกังวลใจ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเป็นแผลเป็นถาวร แต่จะเป็นเพียงการสมานแผลและขั้นตอนของการฟื้นตัวของแผล อาจมีตุ่มนูนเล็กๆตามรอยเย็บของ แผลผ่าตัด ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล เพราะแผลเหล่านี้จะสมานตัวและหายกลายเป็นร่องตาสองชั้นที่สวยงามหลังจากแผลนั้นหายดีแล้ว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และอาจมีรอยแดงจากการสมานแผลที่อาจเกิดขึ้นจากการที่สมานแผลมากเกินไป ซึ่งสามารถแก้ไขได้หากเกิดการสมานแผลมากเกินความจำเป็น โดยอาจจะใช้เลเซอร์หรือยาฉีด หรือการทายารักษาแผลเป็นที่เหมาะสำหรับแผลจากการผ่าตัด จะสามารถทำให้รอยแผลเป็นที่นูนตัวขึ้น ยุบตัวลงได้

สำหรับบางรายที่เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง บางครั้งไม่ได้เกิดจากฝีมือของศัลยแพทย์เป็นส่วนใหญ่ แต่อาจเกิดจากการตอบสนองของร่างกายที่ผิดปกติ หรือการละเลยการดูแลรักษาหลังผ่าตัดก็เป็นได้

stratamed 10g

Stratamed - ป้องกันแผลเป็นสำหรับแผลเปิด

👉🏻
ลดการสูญเสียน้ำ ( Semi-occlusive ) ช่วยในเรื่องการถ่ายเทออกซิเจน เพื่อป้องกัน Cell Hypoxia และช่วยป้องกันบาดแผลจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก ทำให้สามารถควบคุมกระบวนการสมานแผลให้เป็นไปอย่างปกติสมบูรณ์
👉🏻
มีความสามารถเป็น Bacteriostatic ซึ่งจะทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนไม่ได้
👉🏻
เป็นสารที่ไม่มีค่า pH จึงไม่ทำให้แสบผิว และไม่ระคายเคืองผิว

การดูแลตัวเองหลังการทำตาสองชั้น

การดูแลรักษาตนเองหลังการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่สำคัญ หากอยากให้แผลผ่าตัดหายเร็วจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัดและนี่คือ 10 ข้อพื้นฐานที่ควรทราบ

สรุป

ดังนั้นการทำศัลยกรรมตาสองชั้น จึงเป็น 1 ในศัลยกรรมที่เป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ไม่เพียงแต่ทำให้ชั้นตาดูดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ปรับรูปหน้าโดยรวมให้ดูดีและทำให้โหงวเฮ้งดีขึ้นไปอีกด้วย แถมแต่งหน้าก็เริ่ดปังขึ้นจนฉุดไม่อยู่

       แต่ก่อนจะทำศัลยกรรม เราก็ควรศึกษาว่าตัวเรานั้นเหมาะกับการทำศัลยกรรมรูปแบบไหน ศึกษาคลินิกและศัลยแพทย์ว่าน่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ความสะอาดและเคสรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการมาก่อน ไม่ใช่ดูจากโปรโมชั่นที่นำเสนอเพียงเพราะราคาที่ถูกแสนถูกจนน่าแปลกใจ เพราะหากผ่าตัดศัลยกรรมจนเสร็จสิ้นแล้ว แต่เกิดผลเสียที่ตามมาทีหลังถึงขั้นร้ายแรงหรือเสี่ยงอันตรายจนรบกวนการมองเห็น ทางคลินิกอาจจะไม่รับผิดชอบ จะเป็นตัวเราเองที่ต้องเสียเงินไปฟรีๆ และอาจต้องเสียเงินแก้ไขทำใหม่ จึงควรศึกษาให้ดี เพราะการทำศัลยกรรม ไม่ควรแก้ไขบ่อยๆ เพราะมีค่าใช้จ่ายที่สูง และ ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันได้ เช่นต้องหยุดงาน แต่สำหรับหลายคนที่ทำออกมาแล้วดูดีขึ้น ก็ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ติดต่อเรา

เลือกสินค้าไม่ถูก ?

แอด LINE เพื่อสั่งซื้อสินค้า หรือ สอบถามเพิ่มเติม
ติดต่อเรา