วิธีรักษาสิว และ ลดรอยแผลเป็นจากสิว

รอยแผลเป็นสิว

คนเราก็อยากมีผิวหน้าเนียนใสกันทั้งนั้น แต่ปัญหาหนักใจที่ทุกคนต้องเผชิญเลยคือ ปัญหา”สิว” ที่ไม่อาจเลี่ยงไม่ให้เกิดได้ ไม่ว่าคุณจะรักษาใบหน้าดีขนาดเท่าไหน แต่ก็ยังมีปัญหานี้มากวนใจอยู่ดี นอกจากนั้นยังมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นอีกด้วยหากไม่ดูแลให้ดี ไม่ว่าจะเป็นรอยด่างดำ แผลเป็นที่เป็นหลุมๆ ดังนั้นเราจะมีวิธีการลดรอยแผลเป็นจากสิวได้อย่างไร เราต้องมาทำความเข้าใจสิว กันก่อนครับ

สิวคืออะไร

สิวคือ การอักเสบขิงผิวหนังเช่นการบวมแดง ซึ่งมักจะเกิดที่บริเวณ ใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ และ หลัง ซึ่งในเชิงวิทยาศาสตร์คือเกิดการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวหนังบริเวณรูขุมขน ซึ่งจะเกิดเป็นจุดเล็กๆ หรือ ตุ่มใหญ่แล้วแต่ ผิวหนังและการอักเสบของแต่ละคน โดยเหตุผลส่วนใหญ่ของการเกิดสิวมักจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยรุ่น หรือ ปัจจัยจากความเครียดของวัยทำงาน โดยปกติแล้วสิวที่เกิดขึ้นมักจะทุเลาและหายไปได้เอง แต่ถ้าหากเกิดการแกะ เกา หรือบีบ สิวซึ่งจะทำให้ผิวหนังอักเสบ และเกิดรอยแผลเป็นได้

สาเหตุการเกิดสิว

โดยทั่วไปสิวจะเกิดขึ้นมากในวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งมี เอนโดรเจน ที่เยอะมากมักพบในช่วงอายุ 12-18 ปี และมักจะหายไปในช่วง 20-25 ปี แต่บางคนอาจจะเป็นๆหายๆ จนอายุถึง 40 ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันซึ่งเราจะพูดถึงสาเหตุการเกิดสิวกันต่อไป นอกจากฮอร์โมนในช่วงวัยต่างๆที่ทำให้เกิดสิวและการอุดตันของรูขุมขนหรือความมันบนใบหน้าก็ยังรวมไปถึงปัจจัยในการใช้ชีวิต พันธุ์กรรมของแต่ละบุคคล อาหารการกินก็ยังเป็นสาเหตุรวมอยู่ด้วย

การรักษาความสะอาด การล้างหน้าหรือการเช็ดเครื่องสำอางเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าหากทำไม่สะอาดจะทำให้เกิดการตกค้างของสิ่งสกปรกบนใบหน้า หรือการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่ไม่เหมาะสมกับผิวก็ทำให้เกิดสิวได้ รวมถึง พฤติกรรมบางอย่างที่เราทำโดยไม่รู้ตัวเช่นการเอามือลูบไปที่ใบหน้า แกะ เกา อยู่เป็นประจำอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและนำพาแบคทีเรียมาทำให้สิวที่เป็นอยู่แล้วเกิดการอักเสบขึ้นได้

     อาหารที่ทำให้เกิดสิว เช่น อาหารขยะของทอดจำพวก เบอร์เกอร์ เฟรนซ์ฟรายส์ หรืออาหารไขมันสูง เพราะกรดไขมันจะสร้างสารที่ก่อการอักเสบเพิ่มขึ้นได้ อาหารที่มีรสหวานเกินไป เพราะน้ำตาลจะแปรสภาพเป็นกรดซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของสิวและส่งผลเสียต่อระบบฮอร์โมนอีกด้วย  

     ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อเรามีภาวะความเครียดส่งผลให้เราเกิดอาการนอนไม่หลับต่อมาส่งผลให้เกิดปัญหาสิวตามมา เนื่องจาก ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติโซล ที่ทำให้เกิดการกระตุ้นต่อมไขมันบนผิวหนังผลิตน้ำมันออกมาเยอะเกินความจำเป็น กับฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียดที่ถูกหลั่งออกมาผสมกับเซลล์ผิวเก่าหรือสิ่งสกปรกบนใบหน้าจึงทำให้เกิดการอุดตันของสิ่งสกปรกในรูขุมขนจนกลายเป็นสิวในที่สุด

วิธีรักษาสิวแต่ละประเภท

แผลเป็นจากสิว รักษาอย่างไร

สิวที่เกินขึ้นบนใบหน้าและร่างกายของเรานั้นมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน มีทั้งใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แดง มีหนองอักเสบ ซึ่งการรักษาต้องทำความรู้จักกับสิวของแต่ ละประเภทให้ดีเสียก่อน จึงจะสามารถรักษาได้ตามระยะและประเภทของสิวได้ถูกต้อง

สิวอุดตันหัวดำ (Blackheads)

เป็นสิวอุดตันที่ลักษณะเป็นตุ่มนูน จะเห็นได้ง่ายเพราะมีรูเปิดออกจนเห็นหัวสิวเป็นจุดสีดำเล็กๆ ซึ่งสีดำนี้เกิดจาก น้ำมันทำปฎิกิริยา oxidation กับออกซิเจนในอากาศ เปลี่ยนให้ไขมันกลายเป็นสีดำ มักจะพบได้บริเวณ หน้า จมูก คาง

     วิธีรักษา : ทายาสิวสำหรับสิวอุดตันโดยเฉพาะเลือกที่ส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide จะสามารถช่วยให้รูขุมขนเปิดและลดการอุดตัน ทำให้กดหัวสิวออกได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการดูแลความสะอาด

สิวอุดตัวหัวขาว (Whiteheads)

หรือสิวอุดตันหัวปิด มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีขาวอยู่ใต้ผิวหนัง สิวยังไม่มีรูเปิด ทำให้เกิดการนูนขึ้นมาเมื่อสัมผัสจะรู้สึกได้ว่าเป็นก้อนไตเล็กๆใต้ผิวหนัง สิวชนิดนี้หากปล่อยไว้นานหรือหากเกิดการกระตุ้นขึ้นจะทำให้เปลี่ยนสภาพเป็นสิวอักเสบได้ สิวประเภทนี้เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน

      วิธีรักษา : ล้างทำความสะอาดใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน หลีกเลี่ยงแสงแดด ยารักษาสิวให้เลือกที่มีส่วนผสมอย่าง Tretinoin ยากลุ่มวิตามินเอ เพื่อลดการทำงานของต่อมไขมันและละลายสิวอุดตันใต้ผิวการใช้ยาควรอยู่ใต้คำแนะนำของแพทย์

สิวเสี้ยน (Comedone)

มีลักษณะเป็นเหมือนเสี้ยนเล็กๆ หรือเป็นเส้นไขมันสีขาว เป็นความผิดปกติชนิดหนึ่งที่เกิดกับรูขุมขน เกิดจากการสะสมของชั้นขี้ไคลร่วมกับการสะสมของขนอ่อนในรูขุมขน สามารถพบได้หลายบริเวณที่มีรูขุมขนขนาดใหญ่เช่น แผ่นหลัง และ จมูก

     วิธีรักษา : ใช้ยาเพื่อลดการอุดตัน เช่น ยาทาเบนซิล เพอร์ออกไซต์ หรือยาในกลุ่มวิตามินเอ จะช่วยให้สิวเสี้ยน หลุดขึ้นง่ายร่วมกับการกดสิว หรือใช้ ผลิตภัณฑ์ลอกสิวเสี้ยน

สิวตุ่มนูนแดง (Papule)

เป็นสิวที่ไม่มีหัวสิวมีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงขนาดเล็ก ถือเป็นสิวอักเสบระยะแรก และยังสามารถพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้อีกด้วย ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียไปอุดตันรูขุมขน จากนั้นร่างกายของเราจึงสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อทำการต่อสู้กับแบคทีเรียนี้ ทำให้เกิดตุ่มสิวนูนแดงขึ้นมาและเมื่อสัมผัสจะเป็นไตแข็งๆและทำให้รู้สึกเจ็บ

     วิธีรักษา : เนื่องจากเป็นสิวที่ไม่มีหัวสิวจึงไม่สามารถกดออกได้ ยาที่ใช้ควรทีส่วนผสมของ Benzyl Peroxide ที่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว หลีกเลี่ยงการนวดหน้าหรือการสครับหน้าเพราะอาจทำให้อักเสบมากกว่าเดิมได้

สิวอักเสบ (Pustule)

สิวประเภทนี้จะไวต่อการสัมผัส เมื่อจับแล้วจะรู้สึกเจ็บ มีลักษณะเป็นตุ่มหนองสีเหลือง บวมแดง เกิดจากความมันบนใบหน้าและการอุดตันของรูขุมขนที่เกิดจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วรวมอยู่ที่บริเวณรูขุมขน ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นเป็นบริเวณกว้าง

      วิธีรักษา : ล้างหน้าให้สะอาดแบบอ่อนโยน และใช้ยาที่สามารถลดการอักเสบและยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียในหัวสิว และอาจมีการรักษาเสริมจากแพทย์ผิวหนังเช่นการ กดสิวแต่สิ่งที่สำตัญของการกดคือต้องเอาหนองอุดตันออกให้หมด หากถูกนำออกไม่หมดอาจจะเกิดการอักเสบซ้ำขึ้นอีกได้ หรืออาจใช้การฉีดสิวทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

สิวหัวช้าง (Cystic Acne)

เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและถือเป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง โดยจะเริ่มจากตุ่มเล็กก่อนแล้วจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้น เมื่อสัมผัสจะมีอาการเจ็บปวด หัวสิวมักแตก มีหนองเยอะ และมีเลือดไหลออกมาก เกิดจากการอักเสบใต้ผัวหนังอย่างรุนแรงเป็นเวลานาน โดยประกอบไปด้วย เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว น้ำมัน เชื้อแบคทีเรีย มักจะเกิดขึ้นที่ ใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง

      วิธีรักษา : สิวประเภทนี้ไม่สามารถรักษาได้ด้วยตัวเองเนื่องจากเป็นการอักเสบขั้นรุนแรง เพราะอาจทำให้เชื้อลุกลามมากขึ้นและถ้ารักษาผิดวิธีอาจจะเกิดแผลเป็น หลุมสิว ตามมาได้ การรักษาควรรักษาโดยแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะ

สิวที่หลัง

สิวที่หลังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากเกิดกับผู้หญิงอาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันพอสมควร เพราะอาจจะสร้างความไม่มั่นใจต่อการแต่งตัวได้ เพราะอาจจะทำให้ไม่สามารถแต่งตัวได้ตามที่ต้องการ เช่นการใส่เสื้อ เกาะอก หรือ เสื้อเว้าหลัง ที่เน้นการโชว์ความเนียนของแผ่นหลัง ซึ่งอาจจะทำให้คุณผู้หญิงหลายคนเสียความมั่นใจในการแต่งตัวได้

     วิธีการรักษา : สามารถใช้ยาทา หรือ ใช้ ซิลิโคนเจลทาได้ปกติ สำหรับคนที่มีสิวที่หลังไม่เยอะมาก จะใช้วิธีการแต้มเป็นจุดๆ เพื่อให้สิวหายไป และลดรอยแผลเป็นได้ แต่ถ้าหากใครเป็นสิวทั่วทั้งหลังเรื้องรังและรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

สิวผด

การเกิดสิวผดนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการแพ้อากาศ เพราะเมืองไทยถือเป็นเมืองร้อน ซึ่งอาจจะทำให้ใบหน้าของเราเกิดสิวเป็นผดขึ้นมาได้ ลักษณะของสิวผดจะเป็นตุ่มเล็กๆ ซึ่งอาจมีอาการคันหรือแสบร่วมด้วยได้ สาเหตุหลักๆเกิดจาก การทำความสะอาด และ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือ มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

     วิธีการรักษา: สามารถดูแลได้เหมือนการเป็นสิวทั่วไป คือการทำความสะอาดที่เหมาะสม ไม่ควรล้างหน้าให้บ่อยจนเกินไปเพราะจะทำให้ผิวแห้ง และไม่ควรเอามือไปลูบหน้า เพราะอาจจะลูบแรงจนทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมาได้ สามารถเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Retinoid หรือการ มาสก์หน้าเพื่อบรรเทาอาการสิวผด

รอยแผลเป็นสิวที่พบได้มีกี่แบบ

หลังจากเกิดสิวขึ้นแล้ว เมื่อเราทำการรักษาและดูแล จนสิวดีขึ้น บางครั้งอาจหลงเหลือรอยด่างดำ หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ซึ่งอาจจะมาจากการเกา หรือการบีบสิวหรือการอักเสบ สำหรับใครที่กำลังประสบปัญญารอยแผลเป็นจากสิวโดยเฉพาะสิวอักเสบหากรักษาไม่ดีอาจเกิดเป็นรอยลึกหรือหลุมสิวและการเป็นแผลเป็นถาวรซึ่งอาจจะทำให้สูญเสียความมั่นใจได้

รอยแผลเป็นหลุมสิว

หลุมสิวมักเกิดขึ้นบนใบหน้า ซึ่งจะเป็นแผลที่มีหลักษณะเหมือนเป็นหลุมๆอยู่ใต้ผิวหนังโดยรอบ จะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังเกิดการสร้างคอลลาเจนที่ไม่เพียงพอในระหว่างที่แผลกำลังรักษาตัว

รอยแผลเป็นนูนจากสิว

รอยนูนจากสิวนั้นเป็นแผลเป็นชนิดหนึ่งจากสิวที่มักเกิดขึ้นบริเวณหน้าอก หรือ ที่หลัง โดยแผลเป็นจากสิวที่หลังหรือหน้าอกจะเกิดขึ้นเมื่อมีการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในขณะที่แผลกำลังรักษาตัว

รอยแผลเป็นจากสิว รอยดำ

ปัญหารอยแดงรอยดำจากสิว เกิดจากอาการอักเสบจาก การสร้างเม็ดเลือดสีที่เกินปกติ เป็นรอยที่เหลืออยู่บนผิวหนังจากเกิดสิวที่มีความรุนแรง โดยจะทิ้งรอยบนชั้นหนังกำพร้า ซึ่งรอยนี้ร่างกายสามารถรักษาตัวเองให้หายไปได้เมื่อเวลาผ่านไป

Strataderm สีส้มราคา

ขนาด 5 กรัม
฿945
ขนาด 10 กรัม
฿1,130
ส่งฟรี ! ผ่าน J&T Express
สั่งซื้อ

สรุปวิธีรักษาสิวที่ถูกต้อง

การดูแลรักษาแผลเป็นจากสิวทางที่ดีควรเริ่มจากการป้องกันไม่ให้เกิดสิวก่อนโดยต้องรู้จักสาเหตุที่ทำให้เกิด เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมา อย่างเช่นแผลเป็น แต่หากเกิดขึ้นแล้วควรรักษาให้ถูกวิธีตามลักษณะของสิวเท่านี้แผลเป็นหลุมสิว ก็จะหายไป ใช้การทายา หรือ ซิลิโคนเจลในการลบรอยแผลเป็นจากสิว เพราะซิลิโคนเจลอย่าง Strataderm สามารถช่วยทำให้แผลชุ่มชื้น และยังทำให้แผลหายเร็วขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยในการลดรอยด่างดำที่เกิดขึ้นจากแผลเป็นทั่วไป

ติดต่อเรา

เลือกสินค้าไม่ถูก ?

แอด LINE เพื่อสั่งซื้อสินค้า หรือ สอบถามเพิ่มเติม
ติดต่อเรา